ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ : ในวันที่ 500 StartUps เป็นข่าวละเมิดทางเพศแทน Raise Fund

ในช่วงเวลาที่ข่าว Dave McClure ลงจากตำแหน่งซีอีโอ 500 StartUps ด้วยเรื่องล่วงละเมิดทางเพศแพร่กระจายไปทั่ว

500 TukTuks ในฐานะกองทุนลูกจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ทีมงาน AHEAD.ASIA มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับ คุณมะเหมี่ยว ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ Associate Director แห่ง 500 TukTuks ทั้งในฐานะบุคคลในองค์กร และในฐานะผู้หญิงถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ

 

ปัญหาที่แฝงตัวในทุก industry

คุณมะเหมี่ยว เชื่อว่าเรื่องในลักษณะที่เกิดกับ Dave คงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในแวดวง tech industry เท่านั้น แต่ด้วยความที่คอมมูนิตี้ของอุตสาหกรรมนี้ค่อนข้างเล็ก เมื่อเกิดเรื่องขึ้นจึงค่อนข้างเห็นชัดเจนและส่งผลกระทบมากกว่ากว่าสายอื่นๆ

แต่เธอย้ำว่าเมื่อเกิดเรื่องขึ้น ทาง 500 StartUps ก็ไม่ได้นิ่งเฉย แม้จะดูเหมือนล่าช้าไปบ้าง แต่ก็เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง และชัดเจน

 

ผลกระทบและแนวทางแก้ไข

คุณมะเหมี่ยว ยอมรับว่าข่าวนี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นแน่นอน แต่หลังจากได้คุยกับหลายฝ่าย โดยเฉพาะ investors แล้ว ก็ยังเชื่อว่า 500 TukTuks จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ เพราะนักลงทุนนั้นยังเชื่อมั่นในตัวคุณกระทิง คุณหมู และทีมงานเหมือนเดิม

ส่วนกรณีของ Dave ถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่องค์กรต้องยอมรับผิด และจะยืนยันว่าต้องต่อต้านเรื่องเหล่านี้

พร้อมยืนยันว่า 500 StartUps รวมถึงกองทุนลูก ในแต่ละประเทศ จะต้องย้ำคนในองค์กรใหม่ ว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด

ให้กำลังใจผู้ถูกกระทำ ต้องกล้าเล่าความจริง

สุภาพสตรีแห่งทีมบริหารของ 500 TukTuks เผยว่า หลังจากมีข่าวเรื่องนี้เกิดขึ้น ก็ได้มีการประชุมกับพาร์ทเนอร์หลายราย ในประเทศต่างๆ ซึ่งหลายๆฝ่ายใน 500 StartUps เห็นพ้องกันว่า เรื่องนี้ควรได้รับการเปิดเผย และจัดการอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นกรณีศึกษาให้กับทุกฝ่ายไม่ใช่แค่ 500 StartUps

 

CREDIT: 500 TukTuks

ผู้หญิงใน tech industry

สำหรับความเห็นถึงกรณีของ tech industry ที่ผู้ชายยังคงเป็นประชากรส่วนใหญ่ จนอาจเป็นหนึ่งให้เกิดปัญหาเช่นนี้ คุณมะเหมี่ยวมองว่าเหตุที่จำนวนผู้หญิงยังมีไม่มาก อาจต้องย้อนไปถึงเรื่องความสนใจที่ต่างกัน มากกว่าจะเป็นการกีดกัน และเธอมองว่าอันที่จริงแล้วอัตราส่วน 40:60 ใน 500 Startups ปัจจุบัน ก็ถือว่าสูงมากแล้ว

นอกจากนี้ก็มีตัวอย่างในสหรัฐ ที่มีการรณรงค์กระตุ้นให้เพศหญิงเข้ามาทำงานหันมาสนใจสายงานด้านนี้มากขึ้น เช่น การซื้อตั๋วงาน Conference ต่างๆ ในราคาพิเศษ หรือ อีเวนท์พิเศษสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ เพราะมีงานวิจัยระบุว่าบริษัทที่มีสัดส่วนผู้บริหารเป็นผู้หญิงนั้น จะเติบโตได้เร็วกว่าบริษัท หรือผู้บริหารที่มีแต่ผู้ชาย

 

เมืองไทยผู้หญิงเก่ง และได้รับโอกาสมากกว่า

จากประสบการณ์ที่คุณปารดา เคยใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา และอังกฤษนั้น ทำให้เธอมีโอกาสเปรียบเทียบจากประสบการณ์ของเธอเอง

ซึ่งเธอมองว่าประเทศไทย กลับมีผู้บริหารตำแหน่งสูงๆ ที่เป็นผู้หญิงมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วซะอีก เธอมีความเห็นว่าบางครั้งคนในต่างประเทศไม่ค่อยยอมรับ และการที่ผู้หญิงจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารนั้นยากกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ

คุณมะเหมี่ยวไม่ลืมยกตัวอย่างว่าการที่ตนมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ แสดงให้เห็นว่า องค์กรของก็เปิดกว้างในเรื่องนี้ และให้โอกาสกับทุกเพศเท่าเทียมกันหมด โดยไม่ได้แบ่งแยก ถ้าจะแยกคือใครทำงานหนักกว่า ก็ต้องได้รับโอกาสมากกว่าเป็นปกติ

 

แต่ก็อย่าลืมระวังตัวเอง

แม้จะไม่มีเหตุผลใดๆสามารถใช้เป็นข้ออ้างในการล่วงละเมิดทางเพศได้ แต่คุณมะเหมี่ยวแนะนำกับผู้หญิงทุกคนว่า การเริ่มต้นที่ตัวเราก็ยังเป็นเรื่องที่สำคัญ

หากแสดงออกตัวเองให้เป็นคนที่คู่ควรกับการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครงานหรือขอทุน ก็ไม่ควรวางตัวหรือใช้คำพูดที่อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามตีความผิดพลาดได้ ก็จะช่วยสามารถป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ และได้รับการยอมรับมากกว่า

 

อนาคตของ 500 TukTuks

แม้จะเจอเหตุการณ์ที่ไม่อยู่ในแผนงาน แต่คุณมะเหมี่ยว ยังไม่ลืมจะทำหน้าที่ของเธอ ด้วยการฝากถึงแผนงานในอนาคตของ 500 TukTuks ที่กำลังจะมีอายุครบ 2 ปีเต็ม ในศุกร์วันที่ 7 ก.ค. นี้

ซึ่งตอนแรกคิดว่าอาจจะมีอะไรพิเศษ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น อาจจะต้องรอดูกันอีกครั้ง

โดยความจริงทางเธอและครอบครัว 500 TukTuks คิดว่าจะแบ่งปันประสบการณ์ทั้งที่ทำสำเร็จ และไม่เป็นไปตามเป้า ตลอดเส้นทาง 2 ปี ที่ได้ร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ 40 บริษัท

เพื่อแบ่งปันสิ่งที่สิ่งที่ได้เรียนรู้ เป็นบทเรียนช่วยเสริมสร้างการเติบโตของ ecosystem สตาร์ทอัพในประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทาง 500 TukTuks ตั้งใจทำมาตลอด และจะพยายามทำต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

 

ขอให้ผู้หญิงมั่นใจใน 500 TukTuks

เมื่อถูกถามว่าหากมี สุภาพสตรีที่เป็น Founders ของสตาร์ทอัพที่มีโอกาสจะร่วมงานกันในอนาคต มีความกังวลในการทำงานร่วมกันเนื่องจากข่าวฉาวของอดีตเบอร์หนึ่ง และผู้ก่อตั้งองค์กร เธอจะรักษาโอกาสของ 500 TukTuks ได้อย่างไร

คุณมะเหมี่ยวก็ยืนยันหนักแน่นว่าการที่มีผู้หญิงอย่างเธอยืนอยู่ในตำแหน่ง Associate Director ขององค์กรนั้น ก็น่าจะทำให้วางใจได้ระดับหนึ่ง

การที่ Dave McClure ที่เหมือนคนในครอบครัว 500 StartUps นั้นทำผิด ย่อมทำให้คนอื่นในครอบครัวต้องออกมาขอโทษ และแสดงความรับผิดชอบ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาทำ เธอย้ำว่าแม้เดฟจะเป็น CEO และ Co-Founder แต่ก็เป็นเพียงแค่พฤติกรรมของหนึ่งคนเท่านั้น

เธอเชื่อว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็น ถึงความตั้งใจจริง ของอีก 150 กว่าคนในครอบครัวใหญ่ๆที่ชื่อ 500 StartUps

 

นั่นคือเสียงสะท้อนของคุณมะเหมี่ยวปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ผู้หญิงในวงการ Tech และ สตาร์ทอัพ ในวันทื่ประเด็นเรื่องเพศกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากกว่า เทคโนโลยี และ นวัตกรรม

แต่ที่สุดแล้วองค์กรที่เธอมีบทบาท และสังคมสตาร์ทอัพ จะสามารถใช้บทเรียนในครั้งนี้มา Pivot วัฒนธรรม และมุมมืดของตัวเองได้สำเร็จหรือไม่ หรือนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผู้บริหารให้สัมภาษณ์ตาม Playbook ที่ใช้รับมือกับวิกฤติ

คำตอบคงไม่ต่างจากประโยคที่เธอทิ้งท้ายไว้ ว่าเวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง

 

หากมีข้อแนะนำ สามารถคอมเมนท์ได้ในเพจ AHEAD.ASIA และอย่าลืมกด like เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกเรื่องที่ทำให้เราทุกอยู่ข้างหน้าพร้อมๆกัน

Comments